Author name: admin

รับมืออารมณ์วัยทอง เทคนิคอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุอย่างสบายใจ

เรื่องชวนปวดหัวและรับมือได้ลำบากจากผู้สูงวัยในครอบครัวสำหรับลูก ๆ หลาน ๆ คงไม่พ้นอาการหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผลหรืออารมณ์ร้อนผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคุณตาคุณยาย เพราะผู้สูงวัยมักจะมาพร้อมอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันตามประสาคนวัยทอง  แต่แท้จริงแล้วเพราะสภาพร่างกายภายในและฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงวัยเกิดอาการวัยทองเหล่านี้ ดังนั้นการใส่ใจ ทำความเข้าใจและกำลังใจจากคนรอบข้างและคนในครอบครัวสำหรับคุณตาคุณยายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อความสบายใจและความสุขในครอบครัวของทุกท่าน วันนี้ The Blessing จึงนำสาระดี ๆ พร้อมกับเทคนิครับมืออารมณ์วัยทองเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้สูงวัยอย่างสบายใจมาฝากไว้ในบทความนี้ วัยทองคืออะไร? วัยทองเป็นภาวะหลังจากฮอร์โมนเพศหญิงหมด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ นอกจากลักษณะทางกายภาพที่สังเกตได้ง่ายอย่างผิวแห้ง ผมร่วง ระบบเผาผลาญทำงานได้น้อยลงแล้ว ด้านอารมณ์ก็ไม่ต่างกัน สตรีวัยหมดประจำเดือนมักจะไม่มีสมาธิ อารมณ์แปรปรวนและหงุดหงิดง่าย แนวทางการดูแลผู้สูงวัยเมื่อเข้าสู่วัยทอง เอาใจใส่เรื่องสุขภาพ ความเปลี่ยนแปลงอีกหนึ่งอย่างเมื่อย่างเข้าสู่วัยทอง นั่นคือเรื่องของการนอนไม่หลับ ไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ ที่อาจส่งผลต่อไปถึงภาวะกระดูกพรุน และโรคอื่น ๆ ที่จะตามมา รวมถึงอารมณ์ฉุนเฉียวจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ลูก ๆ หลาน ๆ ควรดูแลในด้านสภาพแวดล้อมของการอยู่อาศัยให้เหมาะสมกับการพักผ่อน พาไปตรวจสุขภาพตามที่คุณหมอนัดเป็นประจำ เพื่อสำรวจความผิดปกติของร่างกาย ดูแลเรื่องอาหารการกิน มีอาหารหลายประเภทที่ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลฮอร์โมนและมีประโยชน์ต่อร่างกาย บรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ แคลเซียม – ป้องกันกระดูกพรุน พบมากในนม ปลาตัวเล็ก ถั่ว ผักใบเขียว อาหารช่วยปรับสมดุล Endorphin (ฮอร์โมนแห่งความสุข) […]

รับมืออารมณ์วัยทอง เทคนิคอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุอย่างสบายใจ Read More »

เตรียมพร้อมเข้าสถานดูแลผู้สูงอายุ วัยเกษียณต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมตัวรับมือสำหรับวัยเกษียณคงไม่พ้นความชราของอายุที่เพิ่มขึ้นมากทุกวัน เมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้สภาพร่างกายถดถอยไปตามธรรมชาติ ยิ่งสูงวัยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจำเป็นต้องพบแพทย์บ่อย ๆ สำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับลูกหลาน การใช้ชีวิตประจำวันอาจไม่มีอะไรน่ากังวลใจเท่ากับผู้สูงวัยที่เป็นโสด ไม่มีบุตรหลาน, ทายาท หรือวัยชราที่ต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างอิสระ  ส่งผลให้ในสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มให้ความสนใจและวางแผนการใช้ชีวิตในวัยเกษียณกันอย่างถ้วนหน้า หนึ่งในนั้นก็คือการเลือกที่พักอาศัยในวัยชราที่จะใช้ชีวิตหลังจากเกษียณแล้วมีความสุขอยู่ในนั้น หลาย ๆ ท่านอาจมีคำถามและสงสัยว่าการเตรียมตัวเข้าสู่สถานดูแลผู้สูงอายุควรทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง The Blessing จึงได้เตรียมคำแนะนำบางส่วนมาเพื่อประกอบการตัดสินใจและเตรียมตัว วางแผนทางด้านการเงิน เงินถือเป็นตัวกลางสำคัญที่จะกำหนดรูปแบบบริการ บ้าน สถานดูแลที่เราต้องการได้ เพราะบ้านพักคนชรามีความคล้ายคลึงสินค้าโดยทั่วไป ตรงที่มีหลายเรทราคาซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับมาตรฐาน ความสะดวกสบายและบริการที่จะได้รับ ดังนั้นการวางแผนทางด้านการเงินจึงถือเป็นการเตรียมตัวขั้นแรกในการเลือกสถานดูแลให้ได้ตรงใจ เลือกสถานดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะกับตัวเอง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา ไม่ได้มีแค่ในรูปแบบ “ศูนย์” หรือ “บ้าน” เท่านั้น เพราะในปัจจุบันยังมีในรูปแบบของคอนโด ที่เป็นเหมือน Community สำหรับผู้สูงวัย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการ “ซื้อขาด” เหมือนซื้อบ้านสักหลัง ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือพยาบาล จึงเหมาะกับวัยเกษียณที่ร่างกายแข็งแรงและยังดูแลตัวเองได้ และจำเป็นต้องมีทุนสำรองไว้อีกก้อนในกรณีที่เจ็บป่วยหรือต้องรักษาตัว เลือกดูบริการที่ครอบคลุม ในกรณีที่เลือกเข้าพักในสถานดูแลผู้สูงอายุ ควรเลือกดูสถานดูแลที่มีบริการการดูแลที่ครอบคลุม ไม่ใช่เพียงแค่ที่พักอาศัยเท่านั้น บ้านพักคนชราที่ดีควรมีโปรแกรมการดูแลในเรื่องของ อาหารการกิน โภชนาการ ทีมแพทย์พยาบาล กิจกรรมสันทนาการ สภาพแวดล้อมทั้งในและนอกห้องพัก ความสะดวกสบายและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้วยเช่นกัน ติดต่อสอบถามข้อมูล ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เมื่อได้ติดต่อกับศูนย์ดูแลแล้ว ควรลิสต์รายการคำถามที่ต้องการทราบ

เตรียมพร้อมเข้าสถานดูแลผู้สูงอายุ วัยเกษียณต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง Read More »

คำนวณค่าใช้จ่าย 20 ปี อยู่บ้านพักคนชรา ใช้เงินเยอะไหม

อีกหนึ่งความกังวลของคนวัยเกษียณคงไม่พ้นการวางแผนชีวิตในบั้นปลายเกี่ยวกับที่อยู่ ที่อาศัย หรือไร้คนดูแล และด้วยประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ทำให้ผู้สูงอายุหลาย ๆ ท่านเริ่มหันไปใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงวัยหรือที่เราคุ้นหูกันในนาม “บ้านพักคนชรา” ในปัจจุบันบ้านพักคนชราในการรับรู้ของคนไทย ไม่ใช่สถานทอดทิ้งผู้สูงวัยตามความเข้าใจในอดีตอีกต่อไป แต่เป็นศูนย์พักอาศัยที่มีสภาพแวดล้อม บริการ การดูแลและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน โดยเฉพาะทีมแพทย์ พยาบาลวิชาชีพที่เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพของผู้สูงวัย ส่งผลให้บ้านพักคนชรากลายเป็นทางเลือกมากสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสุขสบาย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย เรทราคาขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่แตกต่างกันไป โดยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างจะต้องเป็นศูนย์ดูแลที่มีการดูแลอย่างครบวงจร ตั้งแต่ด้านสุขภาพจิต สุขภาพใจ สถานที่พักอาศัย ทีมงานดูแล สภาพแวดล้อม โภชนาการที่ครบถ้วน แบบครบจบในที่เดียว  เพราะฉะนั้นในการวางแผนสำหรับใช้ชีวิตในวัยสูงอายุภายใต้การดูแลของบ้านพักคนชรา วัยเกษียณควรจะต้องเตรียมเงินสำรองไว้เท่าไหร่ สำหรับการจ่ายให้แก่ศูนย์ดูแล โดยจะยกตัวอย่างจากเรทราคาของศูนย์ดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจรและจำนวนปีสมมุติในการคำนวณ ราคาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรส่วนมาก จะมีราคาเริ่มต้นต่อเดือนอยู่ที่ 30,000 บาทขึ้นไป และเรทราคาจะเพิ่มขึ้นตามความเป็นส่วนตัวของห้อง ดังนั้นหากคิดราคาตามรายเดือน วัยเกษียณควรมีเงินสำรองราว ๆ 3-4 หมื่นบาท หรือคิดเฉลี่ยต่อปีก็จะอยู่ที่ 400,000 บาท หรือคิดเป็นระยะยาวจำนวน 20 ปี ก็จะอยู่ที่ราวๆ 7-8 ล้านบาท  ซึ่งราคาข้างต้นถือว่าคุ้มค่ามากหากเทียบกับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยด้านร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินที่ได้รับจากการดูแลของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ทั้งยังได้รับสภาพแวดล้อมและสังคมที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้วัยเกษียณได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสะดวกสบายที่สุด การใช้ชีวิตให้สุขสบายหลังจากการทำงานมาเป็นเวลาหลายปีของวัยชรานี้ จึงถือเป็นทางเลือกที่สำคัญในการให้ของขวัญและซื้อความสะดวกสบายให้กับชาวสูงวัยเลยทีเดียว ติดต่อสอบถามข้อมูล และ นัดเข้าชมสถานที่ โทร : 098-273-1359 Line : theblessingth Inbox

คำนวณค่าใช้จ่าย 20 ปี อยู่บ้านพักคนชรา ใช้เงินเยอะไหม Read More »

เนอสซิ่งโฮมคืออะไร จำเป็นไหมสำหรับผู้ป่วยพักฟื้นและผู้สูงอายุ

เนอสซิ่งโฮม เป็นคำที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดี เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวในประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก จะเห็นได้ว่ามีบริการรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุดังกล่าวและเป็นทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ที่เรารู้จักกันดีในนาม เนอสซิ่งโฮม (Nursing Home) หรือบ้านพักคนชรานั่นเอง ทำความรู้จักเนอสซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม หรือ เนอสซิ่งโฮมแคร์ เป็นสถานที่ ที่พักอาศัย หรือบ้านพักสำหรับผู้สูงวัย เป็นสถานดูแล พักฟื้นและฟื้นฟูและให้การช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ แต่ไม่ใช่เพียงผู้สูงอายุเท่านั้น ยังรวมไปถึงผู้ป่วยพักฟื้น ผู้ป่วยติดเตียง ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทางเนอสซิ่งโฮมก็มีบริการดูแลและฟื้นฟูเช่นเดียวกัน ภายในเนอสซิ่งโฮมไม่ได้มีแค่เพียงบริการดูแลด้านร่างกายเท่านั้น แต่รวมไปถึงการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการดูและสร้างกิจกรรมสันทนาการเพื่อความบันเทิง มีการดูแลด้านความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและทรัพย์สิน  สำหรับมาตรฐานของ Nursing Home ที่ดี อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับดูแลอำนวยความสะดวกควรมีครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เตียงไฟฟ้าปรับระดับ ปุ่มฉุกเฉินเรียกรถพยาบาลและห้องน้ำส่วนตัวเป็นต้น แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เนอสซิ่งโฮมแตกต่างจากบ้านพักคนชราโดยทั่วไป คือบุคลากรที่ช่วยในการดูแลด้านสุขภาพและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ให้การพยาบาล รักษา กายภาพบำบัด โภชนบำบัด เนอสซิ่งโฮมที่ดีควรจะมีทีมงานและบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จากโรงพยาบาลชั้นนำ Nursing Home จำเป็นไหมสำหรับผู้ป่วยพักฟื้นและผู้สูงอายุ เนอสซิ่งโฮมสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ต้องการการฟื้นฟูจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกรณีที่ญาติผู้ป่วยมีภาระหน้าที่ซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดูแลได้เต็มที่ การให้ผู้ป่วยอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูมากกว่า ในขณะที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจะเหมาะกับผู้ที่มีภาระหน้าที่ซึ่งอาจทำให้ดูแลญาติผู้ใหญ่ได้ไม่เต็มที่ การให้ผู้สูงวัยอยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญที่มีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่ บุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งภายในเนอสซิ่งโฮม

เนอสซิ่งโฮมคืออะไร จำเป็นไหมสำหรับผู้ป่วยพักฟื้นและผู้สูงอายุ Read More »

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ vs บ้านพักคนชรา แตกต่างกันอย่างไร เลือกใช้บริการแบบไหนดี

หลังจากประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว นอกจากบ้านพักคนชราและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจะเปิดให้บริการเพื่อรองรับผู้สูงวัยที่มีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปีแล้ว ตัวผู้สูงอายุบางส่วนก็เริ่มวางแผนในการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขและปลอดภัย โดยส่วนหนึ่งเริ่มให้ความสนใจเข้าพักในสถานพยาบาล ศูนย์ดูแลและบ้านพักคนชรา แต่ยังมีผู้สูงวัยหลาย ๆ ท่านอาจสงสัยว่าหากจะเลือกอาศัยอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา ที่พำนักทั้งสองแห่งนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการวางแผน บทความนี้จึงจะพาทุกท่านไปรู้จักที่อยู่อาศัยสำหรับวัยเกษียณทั้งสองรูปแบบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) สามารถให้นิยามได้ว่าเป็นสถานบริบาลสำหรับดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรืออาการป่วยร่วม ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจวัตรหรือดูแลตนเองได้บางส่วน ต้องอาศัยผู้มีทักษะในการพยาบาลเป็นผู้ดูแล ผู้สูงวัยภายในเนอร์สซิ่งโฮมจึงจะมีทีมพยาบาลดูแลตลอดเวลา เพื่อช่วยในเรื่องของกิจวัตรประจำวันและความสะดวกสบายในด้านต่าง ๆ  บ้านพักคนชรา (Wellness Residence) The Blessing Nursing Home & Rehab  ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุในย่านศรีนครินทร์ ที่นอกจากจะมีบริการฟื้นฟูผู้ป่วยพักฟื้นแล้ว ยังมีบริการ Nursing Home และ Wellness Residence ด้วยเช่นกัน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ The Blessing เป็นศูนย์ดูแลสำหรับผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทางศูนย์จะมีทีมพยาบาลคอยให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเหลือในด้านกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ และให้การดูแลในด้านอื่น ๆ  บ้านพักคนชรา The Blessing เหมาะกับผู้สูงอายุที่สามารถดูแลตัวเองได้ โดยที่ทางบ้านพักมีทีมพยาบาลคอยประสานงานในเหตุฉุกเฉินให้ มีโปรแกรมตรวจสุขภาพครบครัน ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความสะดวกสบาย รวมถึงให้คลายเหงาและผ่อนคลาย มีความพิเศษตรงที่ผู้สูงวัยที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ก็สามารถเข้าพักได้เช่นกัน หากมาพร้อมผู้ดูแลส่วนตัวของตนเอง  ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร : 098-273-1359 Line: theblessingth 

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ vs บ้านพักคนชรา แตกต่างกันอย่างไร เลือกใช้บริการแบบไหนดี Read More »

ทำความรู้จักภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแลและแนวทางแก้ปัญหาด้วยศูนย์ดูแลผู้ป่วย

เมื่อมีคนในครอบครัวของเราเริ่มล้มป่วยลง บางกรณีอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังจากทำการพักฟื้นและฟื้นฟูอยู่ในโรงพยาบาลจนถึงเวลาที่สมควร ส่วนใหญ่แพทย์จะอนุญาตให้รับผู้ป่วยมาดูแลที่บ้าน โดยผู้ที่ได้รับหน้าที่ต่อจากทีมแพทย์และพยาบาลคือบรรดาคนในครอบครัวของผู้ป่วยนั่นเอง ภาวะหมดไฟในการดูแล (Working with caregiver burnout) คืออะไร? การดูแลผู้ป่วยเป็นงานที่ต้องอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา และเป็นการดูแลรับผิดชอบในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการให้ยา ช่วยเหลือด้านรับประทานอาหาร รวมถึงการดูแลในด้านต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดตามที่แพทย์สั่ง เมื่อเกิดการดูแลนานวันเข้า ในผู้ดูแลบางรายอาจเกิดภาวะหมดไฟในการดูแล เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และมีภาวะเครียดจนส่งผลต่อการดูแลที่ออกมาไม่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นจากการหมดไฟเหล่านี้มักส่งผลต่อผู้ดูแลในด้านของร่างกาย จิตใจ สังคม การรับผิดชอบในการดูแลตนเองลดลง ในบางรายอาจเกิดภาวะนอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล ปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแล ระดับความรุนแรงของความทุพพลภาพรวมถึงความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วย ปัญหาสุขภาพของผู้ดูแล แหล่งความช่วยเหลืออื่น ๆ ไม่ปล่อยให้ผู้ดูแลรับผิดชอบคนเดียว บทบาทและความรับผิดชอบของผู้ดูแลในด้านอื่น ๆ เช่น งานประจำ แนวทางการแก้ปัญหาภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแล วางแผนการดูแล แบ่งเบาความรับผิดชอบให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่น หาเวลาพักผ่อนทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชื่นชอบ ดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อาจจ้างผู้อื่นให้มาทำหน้าที่ดูแลชั่วคราว เพื่อใช้เวลาส่วนนั้นในการพักผ่อนหรือทำธุระส่วนตัว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเหนื่อยล้าระยะยาว อาจฝากผู้ป่วยไว้ในสถานพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้ป่วย แนวทางการแก้ปัญหาด้วยศูนย์ดูแลผู้ป่วย ในปัจจุบันประเทศไทยมีศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลายแห่งด้วยกัน ทั้งผู้ป่วยพักฟื้นและผู้ป่วยติดเตียง ภายในศูนย์ดูแลจะมีเจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ พยาบาลคอยให้การดูแล ช่วยเหลือ

ทำความรู้จักภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแลและแนวทางแก้ปัญหาด้วยศูนย์ดูแลผู้ป่วย Read More »

หลังผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ควรดูแลที่บ้านหรือให้ศูนย์ฟื้นฟูดูแล

ศูนย์ฟื้นฟูคือส่วนสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แน่นอนว่าต้องเป็นการดูแลและฟื้นฟูร่างกายหลังผ้าตัด ซึ่งถือเป็นส่วนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นและอาการของผู้ป่วยคงที่แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ร่างกายได้มีการฟื้นตัว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ญาติหรือผู้ดูแลนำผู้ป่วยกลับไปดูแลที่บ้านได้ แต่ยังมีบางส่วนที่เลือกใช้บริการศูนย์ดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยเข้ารับการฟื้นฟูภายใต้แพทย์ พยาบาลและนักกายภาพวิชาชีพ  บทความนี้จึงจะมาเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างรับตัวผู้ป่วยหลังผ่าตัดมาดูแลที่บ้านหรือควรให้อยู่ใต้ดูแลของศูนย์ฟื้นฟู ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่บ้าน การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่บ้าน สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือสภาพแวดล้อมในห้องพัก รวมไปถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ความสะอาด เช่น เตียงไฟฟ้าประระดับ วีลแชร์ โต๊ะอาหารเคลื่อนที่ และอุปกรณ์ที่หลาย ๆ บ้านไม่นิยมมี อาทิ กริ่งสัญญาณฉุกเฉิน หรือพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานวีลแชร์ นอกจากนั้นอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจ เพราะเป็นปัจจัยต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายอย่างมาก ในส่วนของการกายภาพบำบัด ผู้ดูแลควรได้รับการอบรมในการทำกายภาพบำบัดผู้ป่วยจนชำนาญ เพื่อหลีกเหลี่ยงการกายภาพผิดวิธี ที่อาจส่งผลร้ายตามมาจนทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ ให้ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด บริการของศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีสภาพแวดล้อมและห้องพักอาศัยที่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น รายละเอียดของแต่ละห้องยังออกแบบให้เป็นมิตรและสะดวกสบายต่อผู้สูงอายุและรถเข็น มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอาทิเช่น เตียงนอนไฟฟ้า ปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาลทุกเตียง ภายใต้การดูแลของอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และทีมงานที่เชี่ยวชาญ ตลอดการพักอาศัย และในด้านของโภชนาการและการทำกายภาพบำบัดจากนักกายภาพวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงทีมดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง  ตามที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ในปัจจุบันบริการดูแล ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดผู้ป่วยหลังผ่าตัดจากศูนย์ฟื้นฟูได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เพราะญาติผู้ป่วยจำนวนมากมองว่าการให้ผู้ป่วยอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญมีความปลอดภัยและน่าไว้วางใจมากกว่าดูแลด้วยตนเอง ทั้งยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ต้องซื้อเพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย ติดต่อสอบถามข้อมูล และ นัดเข้าชมสถานที่ โทร : 098-273-1359 Line :

หลังผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ควรดูแลที่บ้านหรือให้ศูนย์ฟื้นฟูดูแล Read More »

รู้ทันโรคหัวใจ มีกี่ประเภท อาการแบบนี้เสี่ยงเป็นประเภทไหน

โรคหัวใจ เป็นโรคร้ายอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตคนไทยไปเป็นจำนวนมากและอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ก็เพิ่มต่อเนื่องสูงขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต โดยโรคหัวใจที่เกิดขึ้นในคนไทยมากที่สุด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน พบได้มากในผู้สูงอายุ และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะเห็นได้ว่าโรคหัวใจที่เกิดขึ้นนั้นมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็มีอาการแตกต่างกันไป ควรรู้ให้เท่าทัน เพื่อให้พร้อมรับมือได้อย่างถูกวิธี 1.หลอดเลือดหัวใจตีบตัน – สำหรับโรคหัวใจประเภทนี้พบมากในกลุ่มผู้ใหญ่ เกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต สูบบุหรี่จัด ไม่ออกกำลังกาย ไขมันในเลือดสูง  อาการของหลอดเลือดหัวใจตีบตัน – เจ็บหน้าอก จุกแน่น เหนื่อยง่าย แสบร้อนในทรวงอก เหงื่อออก ใจสั่น  2.ภาวะหัวใจล้มเหลว – เป็นภาวะที่หัวใจอ่อนแอหรืออ่อนกำลังลง ทำให้การทำงานต่าง ๆ ในร่างกายประสบปัญหา ทำงานได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น อาการของภาวะหัวใจล้มเหลว – หอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวกเมื่อนอนราบ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการโป่งพองของเส้นเลือดที่ลำคอ 3.ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ – เป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ เกิดจากความผิดปกติของการกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ มีแผลเป็นหรือก้อนไขมัน อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ – เจ็บหน้าอก หน้ามืด ใจสั่น อ่อนเพลีย อาจหมดสติหรือหัวใจวาย ขึ้นกับอัตราเร็วของหัวใจเต้น  4.หัวใจพิการแต่กำเนิด – เกิดขึ้นจากความผิดปกติของการเจริญเติบโตของหัวใจในทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ อาจเกิดจากการมีรูโหว่ที่ผนังกั้นภายในห้องหัวใจ ลิ้นหัวใจตีบหรือหัวใจรั่ว สามารถตรวจได้ด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ อาการของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด – เหนื่อยง่าย

รู้ทันโรคหัวใจ มีกี่ประเภท อาการแบบนี้เสี่ยงเป็นประเภทไหน Read More »

เปรียบเทียบการพักฟื้นที่โรงพยาบาลกับพักฟื้นที่ศูนย์พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด

เมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว แน่นอนว่าผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพราะหลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องเข้าสู่กระบวนการ “พักฟื้น” คือช่วงของการฟื้นฟูผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและสภาพจิตใจ ทั้งนี้รวมถึงการรับการกายภาพบำบัด โดยในระยะพักฟื้นนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น “ช่วงเวลาทอง” ซึ่งจะเป็นช่วงที่กำหนดได้ว่าแผลหรืออาการจากการผ่าตัดจะดีขึ้นช้าหรือเร็ว ดังนั้นช่วงการพักฟื้นจึงถือเป็นส่วนสำคัญมากที่ทั้งผู้ป่วยและญาติจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ควรให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดพักฟื้นที่บ้านหรือพักฟื้นในศูนย์พักฟื้น? หลังจากผู้ป่วยหลังผ่าตัดออกจากโรงพยาบาลแล้ว ญาติบางคนอาจเลือกรับตัวผู้ป่วยมาดูแลที่บ้าน อาจจะเป็นการดูแลเองหรือจ้างผู้ดูแลมาช่วยในการดูแล ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม แต่ในบางกรณีญาติหรือผู้ดูแลอาจติดภารกิจนอกเหนือจากนั้น เช่น งานประจำ จึงทำให้ดูแลไม่ได้เต็มที่ จนอาจเกิดเป็นผลเสียหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เพราะผู้ป่วยหลังผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดได้รับการดูแลอยู่ที่บ้าน อาจสะดวกมากกว่า แต่ก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน หากผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีเวลาในการดูแลไม่มากพอ ศูนย์พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด ทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า การใช้บริการศูนย์พักฟื้น เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ “ช่วงเวลาทอง” ในการฟื้นฟูให้หายเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากภายในศูนย์พักฟื้นนอกจากจะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแล้ว ยังมีทีมแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้การดูแลอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ The Blessing Nursing Home & Rehab ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุย่านศรีนครินทร์ โปรแกรมการให้บริการ Elderly Care ดูแลผู้สูงอายุ Rehabilitation ฟื้นฟูหลังผ่าตัด Stroke Recovery ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง Bed-ridden

เปรียบเทียบการพักฟื้นที่โรงพยาบาลกับพักฟื้นที่ศูนย์พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด Read More »

สังเกตอย่างไร เมื่อผู้สูงวัยมีภาวะซึมเศร้า

“ภาวะซึมเศร้า” กับ “ผู้สูงอายุ” เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม คนวัย 60+ รวมถึงลูกหลานควรเตรียมตัวรับมือกับภาวะนี้ไว้ เพราะตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมางานวิจัยจาก วลัยพร นันท์ศุภวัฒน์ และคณะ ที่บ่งชี้ว่าผู้สูงอายุร้อยละ 72.3 มีภาวะซึมเศร้า ถือเป็น 3 ใน 4 ของผู้สูงอายุในสังคมไทย และภาวะซึมเศร้าในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปพบได้มากถึงร้อยละ 10 – 20 พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และยิ่งมีอายุมาก ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มมากขึ้น ปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงวัยมีอาการซึมเศร้า ด้านจิตใจ เกิดจากเหตุการณ์ร้ายแรงกระทบกระเทือนความรู้สึก เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ประสบโรคร้ายแรง ประสบปัญหาด้านการเงินหรือจากความเครียดที่สั่งสมมานาน ต้องการความสนใจ ขาดการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างและครอบครัว ด้านร่างกาย ผลจากสารเคมีในสมอง โดยในสมองจะมีสารเคมีที่เรียกว่าเซโรโทนินและนอร์เอพิเนฟริน เมื่อสารเคมีข้างต้นลดจำนวนน้อยลงจากเดิม ทำให้สมดุลของสารเคมีในร้านกายเปลี่ยนแปลงไปและความบกพร่องในการทำงานร่วมกัน ส่งผลต่ออารมณ์และความคิด กรรมพันธุ์ ถ้าคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามาก่อน อาจมีความเสี่ยงที่ส่งต่อมาทางกรรมพันธุ์ได้เช่นกัน โรคทางสมองที่มีความเสี่ยงให้เกิดภาวะซึมเศร้า เช่น ภาวะสมองเสื่อม หลอดเลือดสมองอุดตัน อาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ต้องสังเกตอะไรบ้าง 1.นิ่งกว่าปกติ พูดน้อย ไม่ร่าเริง 2.รับประทานน้อยลงหรือแทบไม่กินอะไรเลย จนกระทั่งน้ำหนักลด ร่างกายซูบผอม 3.ไม่ยอมทำอะไร เฉื่อยชา แม้กระทั่งกิจกรรมที่ชอบทำเป็นประจำ 4.นอนเยอะผิดปกติ หงุดหงิดเมื่อถูกปลุกขึ้นมา  5.อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด

สังเกตอย่างไร เมื่อผู้สูงวัยมีภาวะซึมเศร้า Read More »

Get 30% off your first purchase

X